อาการง่วงนอนตลอดเวลาเกิดจากอะไร? เมื่อความง่วงอาจเป็นสัญญาณจากสมอง

Feb 25, 2026

เพราะสมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงที่สุดในร่างกาย และต้องอาศัยการนอนเพื่อฟื้นฟูการทำงาน เมื่อการพักผ่อนไม่มีคุณภาพ สัญญาณแรกที่มักปรากฏคืออาการง่วงนอนตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้เกิดจากการนอนไม่พอเสมอไป หลายคนแม้นอนครบชั่วโมงกลับยังง่วงนอนตลอดเวลาไม่สดชื่น สมาธิลดลง คิดช้าลง หรือเผลอหาวบ่อยระหว่างวัน จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าทําไมถึงรู้สึกง่วงนอนทั้งวัน ทั้งที่เหมือนได้พักเพียงพอแล้ว

แท้จริงแล้ว การนอนหลับไม่ใช่เพียงช่วงพักของร่างกาย แต่เป็นเวลาที่สมองซ่อมแซมตัวเองและจัดระเบียบข้อมูล หากกระบวนการนี้เกิดขึ้นไม่เต็มที่ ระดับพลังงานและประสิทธิภาพการคิดอาจลดลงโดยที่เราไม่รู้ตัว

CogMate™ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของสมอง มองว่า “ความง่วงที่เกิดซ้ำ” ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณที่สมองกำลังส่งมาเพื่อบอกว่าถึงเวลาต้องได้รับการดูแล การเริ่มต้นจากความเข้าใจกลไกสมอง ลดปัจจัยที่รบกวนการพักผ่อน และเสริมโภชนาการที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยแก้อาการง่วงตลอดเวลา แต่ยังสนับสนุนให้สมองกลับมาทำงานได้อย่างสมดุลอีกครั้ง [อ่านเพิ่มเติม: รู้จัก Brain Fog ภาวะสมองล้าที่ลดประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ]

นอนครบแต่ยังรู้สึกง่วง? อาจเพราะสมองยังไม่ได้เข้าสู่การหลับลึก

แม้จะนอนตามจำนวนชั่วโมงที่แนะนำ ความง่วงระหว่างวันก็ยังเกิดขึ้นได้ หากสมองไม่ได้เข้าสู่ช่วงการหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งเป็นระยะสำคัญของกระบวนการฟื้นฟูระบบประสาท การนอนที่หลับ ๆ ตื่น ๆ หรือไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้ร่างกายเหมือนได้พัก แต่สมองยังไม่สามารถรีเซ็ตตัวเองได้อย่างแท้จริง

ในช่วงหลับลึก สมองจะลดการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเพื่อเปิดโหมดซ่อมแซม เซลล์ประสาทที่ทำงานมาตลอดวันได้รับการฟื้นฟู ขณะเดียวกันระบบ Glymphatic จะเพิ่มการไหลเวียนของน้ำไขสันหลัง เพื่อช่วยชะล้างของเสียจากกระบวนการเผาผลาญภายในสมอง

งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า ช่องว่างระหว่างเซลล์สมองสามารถขยายตัวมากขึ้นระหว่างการหลับลึก ทำให้การกำจัดโปรตีนของเสีย เช่น Amyloid-beta มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กลไกนี้เกี่ยวข้องกับความจำ การเรียนรู้ และการสนับสนุนสุขภาพสมองในระยะยาว
[Zhang, Y., et al. (2024). The role and mechanism of Aβ clearance dysfunction in the glymphatic system in Alzheimer’s disease comorbidity. Frontiers in Neurology.]

หากการหลับลึกไม่เพียงพอ ระบบทำความสะอาดของสมองอาจทำงานได้ลดลง ส่งผลให้หลายคนเริ่มรู้สึกจดจ่อได้ยาก คิดไม่คม หรือมีอาการเบลอระหว่างวัน ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณว่าสมองอาจยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

บางคนอาจสงสัยว่า ขาดวิตามินอะไรทำให้ง่วงนอน เพราะสารอาหารอย่างวิตามินบี ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียมมีส่วนช่วยสนับสนุนระดับพลังงานได้ อย่างไรก็ตาม โภชนาการไม่อาจทดแทนการนอนที่มีคุณภาพได้ เนื่องจากกระบวนการฟื้นฟูสมองเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาที่เราหลับ

CogMate™ จึงสนับสนุนแนวคิด การดูแลสมองเชิงป้องกัน พร้อมแนะนำการใช้แบบทดสอบสมองเป็นเครื่องมือช่วยประเมินการทำงานของสมอง เพื่อให้เข้าใจจุดที่ควรดูแลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่หากความง่วงไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว และยังคงต่อเนื่องแม้ปรับพฤติกรรมการนอนแล้ว นั่นอาจไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพการพักผ่อนอีกต่อไป แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ควรได้รับความใส่ใจมากขึ้น

ง่วงตลอดวันอาจไม่ใช่เรื่องปกติ เสี่ยงเกี่ยวข้องกับภาวะ Hypersomnia

หากความง่วงเกิดขึ้นบ่อยจนรบกวนการใช้ชีวิต ทั้งที่ไม่ได้อดนอน อาการดังกล่าวอาจสะท้อนภาวะ Hypersomnia หรือความง่วงนอนมากผิดปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมความตื่นตัว

ผู้ที่มีภาวะนี้มักรู้สึกง่วงในช่วงเวลาที่ควรตื่น ไม่สดชื่นหลังตื่นนอน หรือเผลอหลับได้ง่าย ส่งผลให้การคิด การตัดสินใจ และความสามารถในการจดจ่อลดลงอย่างต่อเนื่อง

Hypersomnia สามารถเชื่อมโยงได้กับหลายปัจจัย เช่น

เมื่อสมองไม่สามารถรักษาสมดุลของความตื่นตัวได้ สัญญาณที่ตามมาอาจรวมถึงความจำลดลง สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน และในบางกรณีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการหลับใน

ด้วยเหตุนี้ การง่วงนอนตลอดเวลาไม่สดชื่นจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงความเหนื่อยธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า สมองกำลังต้องการการดูแลอย่างจริงจัง
[Mayo Clinic Staff. (2024, October 30). Idiopathic hypersomnia - Symptoms and causes. Mayo Clinic.]

สังเกตตัวเองก่อนสาย: 4 พฤติกรรมที่อาจรบกวนการฟื้นตัวของสมอง

อาการง่วงนอนตลอดเวลาไม่ได้เกิดจากโรคเสมอไป แต่อาจสะสมจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่รบกวนการฟื้นตัวและการทำงานของสมอง จนระดับพลังงานลดลงได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของสมองแนะนำว่า ก่อนมองหาวิธีแแก้อาการง่วงตลอดเวลาตลอดเวลา ควรสำรวจรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง เพราะบางพฤติกรรมอาจขัดขวางไม่ให้สมองได้พักอย่างแท้จริง ลองเช็กตัวเองว่ามีข้อใดต่อไปนี้หรือไม่

การรับข้อมูลตลอดวันทำให้สมองแทบไม่มีช่วงผ่อนคลาย ขณะเดียวกันแสงสีฟ้ายังอาจรบกวนสัญญาณที่บอกร่างกายว่าใกล้ถึงเวลานอน ส่งผลให้การพักผ่อนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

สัญญาณที่อาจเริ่มเกิดขึ้น

  • หลับยากหรือใช้เวลานานกว่าจะหลับ
  • ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น
  • รู้สึกล้าแม้ไม่ได้ใช้แรงมาก

เมื่อสมองต้องรับมือกับความกังวลต่อเนื่อง ระบบประสาทจะคงภาวะตื่นตัวไว้สูงกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายผ่อนคลายได้ยาก แม้ในช่วงเวลาที่ควรพัก

สิ่งที่อาจสังเกตได้

  • หลับไม่ต่อเนื่อง
  • ตื่นกลางดึกบ่อย
  • รู้สึกเหมือนไม่ได้พักหลังตื่นนอน

คาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัวได้ชั่วคราว แต่การดื่มช่วงบ่ายหรือเย็นอาจรบกวนวงจรการนอนโดยไม่รู้ตัว และทำให้เกิดวงจรยิ่งรู้สึกล้า ก็ยิ่งพึ่งคาเฟอีนมากขึ้น

ผลกระทบที่พบได้

  • การนอนตื้นลง
  • คุณภาพการพักลดลง
  • ตื่นมาแล้วยังอ่อนเพลีย

การนอนและตื่นคนละเวลาในแต่ละวันอาจทำให้นาฬิกาชีวิตสับสน ส่งผลให้สมองปรับจังหวะการพักฟื้นได้ยากกว่าที่ควร

สัญญาณเตือน

  • ง่วงผิดเวลา
  • ตื่นไม่เป็นเวลา
  • ระดับพลังงานแกว่งระหว่างวัน

เช็คพฤติกรรมแล้ว อย่าลืมเช็กสมอง
เริ่มประเมินการทำงานของสมองกับ CogMate™ ได้วันนี้

เริ่มง่วงนอนหาวบ่อยบ่อยผิดปกติ? วิธีดูแลสมองก่อนประสิทธิภาพจะลดลง

ง่วงนอนหาวบ่อยบ่อยผิดปกติ

เมื่อความง่วงเริ่มเกิดขึ้นถี่ขึ้น หลายคนอาจพยายามแก้ด้วยกาแฟหรือการพักสั้น ๆ แต่การดูแลสมองในระยะยาวควรเริ่มจากการสร้างเงื่อนไขให้สมองได้ฟื้นตัวอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อสมองพักเพียงพอ ระดับพลังงาน ความคิด และความสามารถในการโฟกัสก็มักดีขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งการทดสอบการทำงานของสมองเป็นระยะยังช่วยให้เข้าใจศักยภาพและสัญญาณความอ่อนล้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

CogMate™ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของสมอง ขอแนะนำว่า การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันควบคู่กับการสังเกตและประเมินการทำงานของสมอง สามารถช่วยลดความอ่อนล้า และสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างยั่งยืน

1. ปรับเวลาการนอนให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน

ความต่อเนื่องของเวลานอนมีบทบาทต่อการฟื้นตัวของสมองมากกว่าที่หลายคนคิด การเข้านอนและตื่นในเวลาใกล้เคียงกันช่วยให้นาฬิกาชีวิตทำงานเป็นระบบ ส่งผลให้ร่างกายและสมองปรับเข้าสู่โหมดพักได้ง่ายขึ้น

แนวทางที่ช่วยได้

  • รักษาเวลาเข้านอน–ตื่นนอนให้ใกล้เคียงกันทุกวัน
  • จัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้เหมาะกับการพักผ่อน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นสมองมากเกินไปก่อนนอน

2. พักระหว่างวัน เพื่อให้สมองกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สมองต้องการช่วงหยุดพักเป็นระยะ การทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงอาจเพิ่ม Mental Fatigue โดยไม่รู้ตัว

ลองใช้วิธีง่าย ๆ

  • ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 60-90 นาที
  • มองไกลจากหน้าจอเพื่อลดความตึงเครียดของสายตา
  • หากงีบ ควรเป็นช่วงสั้น ๆ เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลัก

การพักไม่ใช่การเสียเวลา แต่คือการช่วยให้สมองกลับมาทำงานได้คมขึ้น

3. ลดสิ่งกระตุ้นช่วงเย็น ให้สมองเปลี่ยนผ่านสู่โหมดพักได้ง่าย

ช่วงเวลาก่อนนอนเปรียบเสมือนสัญญาณบอกสมองให้ชะลอความตื่นตัว การสร้างกิจวัตรที่ผ่อนคลายจะช่วยให้การพักมีคุณภาพมากขึ้น

  • ลดการใช้หน้าจอก่อนนอน
  • เลือกกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายสงบลง เช่น อ่านหนังสือหรือฟังเพลงเบา ๆ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกระตุ้นในช่วงค่ำ

4. สังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเองอยู่เสมอ

บางครั้งสัญญาณของสมองอาจเริ่มจากความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น พลังงานลดลง ความสามารถในการจดจ่อลดลง หรือรู้สึกไม่สดชื่นต่อเนื่อง การใส่ใจสัญญาณเหล่านี้ช่วยให้ปรับพฤติกรรมได้ทันก่อนที่ประสิทธิภาพจะถดถอย

หากความง่วงยังคงรบกวนชีวิตประจำวัน การขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยให้เข้าใจสาเหตุและวางแผนดูแลได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

5. เริ่มต้นดูแลสมองอย่างเป็นระบบ

นอกจากการปรับไลฟ์สไตล์แล้ว การประเมินหรือทดสอบการทำงานของสมองด้วยแบบทดสอบจาก CogMate™ ยังช่วยให้เข้าใจทั้งด้านความจำ สมาธิ และความเร็วในการประมวลผลได้ชัดเจนขึ้น ทำให้การดูแลสมองไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

อย่ามองข้ามอาการง่วงนอนตลอดเวลา โดยเฉพาะหากเริ่มง่วงนอนหาวบ่อย หรืออยู่ในภาวะง่วงนอนตลอดเวลาไม่สดชื่นแม้นอนพอแล้ว เพราะสิ่งเหล่านี้อาจสะท้อนสาเหตุที่ง่วงนอนตลอดเวลา อย่างคุณภาพการนอนที่ไม่ดีหรือสมองฟื้นตัวไม่เต็มที่ สมองต้องใช้เวลานอนในการซ่อมแซม จัดระเบียบข้อมูล และกำจัดของเสีย หากกระบวนการนี้ถูกรบกวน อาจส่งผลให้สมาธิ ความจำ และการตัดสินใจลดลง หลายคนเลือกวิธีแก้อาการง่วงตลอดเวลา ด้วยคาเฟอีนหรือการกระตุ้นระยะสั้น แต่การแก้ที่ต้นเหตุสำคัญกว่า การสังเกตสัญญาณของร่างกายควบคู่กับการทดสอบการทำงานของสมอง CogMate™ จะช่วยประเมินความจำ สมาธิ และประสิทธิภาพการคิด ทำให้ดูแลสมองได้ตรงจุดและลดความเสี่ยงที่ประสิทธิภาพจะถดถอยในระยะยาว

อย่ามองข้ามความง่วงที่เกิดซ้ำ เริ่มประเมินการทำงานของสมองกับ CogMate™ เพื่อดูแลได้อย่างตรงจุด